
สวัสดีครับ พี่น้อง LTF ทุกท่าน วันนี้ผมขอเปิดหัวกระทู้ด้วย "Tiki - Taka model กับการซื้อขายนักเตะ" ครับ
ผมขอเริ่มด้วยจากมุมมอง+ทัศนะจากสำนักหลาย ๆ ค่าย เอาโมเดลที่หงส์เรากำลังเริ่มใช้อยู่ มาวิเคราะห์กันอีกสักนิด
แล้วมาดูว่า จากโมเดลนั้น บีร็อด จะเลือกนักเตะเข้าสู่ระบบที่ต้องการอย่างไร
ช่วงนี้มีข่าวลือสะพัดมากมายหลายแขนง ทั้งที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงและห่างไกลจากความเป็นจริงนัก มู้นี้เราจะมาว่ากัน
ถึงความน่าจะเป็นเมื่อมองจากระบบโมเดล Tiki - Taka ใครกันแน่ ? ที่มีโอกาสย้ายมาทีมเรามากที่สุด
งั้นผมขอเริ่มต้นด้วยการนำเสนอโมเดลอีกสักนิด หลังจากนั้นเราจะมาวิเคราห์กันว่านักเตะที่เรามีอยู่ ใครกันที่ใกล้เคียงกับโมเดล
มากที่สุด และตำแหน่งไหนที่ควรเสริม ตำแหน่งไหนที่ยังต้องปรับปรุง ตบท้ายด้วยจากข่าวคราวอัพเดทความเคลื่อนไหวล่าสุด
จากตลาดนักเตะ และความคิดเห็นจากพี่น้องสมาชิก LTF แต่ละคนมีมุมมองกันอย่างไร อยากได้ใครมาเสริมทัพ หรือมุมมองอื่น ๆ
ร่วมแชร์ความคิดเห็นกันได้ตามอัธยาศัยเลยครับ
Tiki - Taka model
เป็นโมเดลที่ยอดทีมอย่าง บาร์เซโลน่าใช้พิชิตแชมป์มานับไม่ถ้วน และนี่จะเป็นฤดูกาลแรกเต็มตัวของ บีร็อด กับยอดทีมย่านเมอร์ซี่ไซต์เช่นกัน
โดยโมเดลนี้จะเน้นการครองบอลกับพื้นเป็นหลัก โดยหลักการสำคัญ ประกอบไปด้วย 7 ข้อ ดังต่อไปนี้
1. การครองบอล (Possession)
บีร็อดได้กล่าวเอาไว้ว่า "หากเราสามารถครองบอลได้มาก นั่นหมายถึงเรามีโอกาสชนะถึง 79% เลยทีเดียว"

แสดงการผ่านบอลและการเคลื่อนที่เป็นสามเหลี่ยมในขณะมีผู้เล่น 2-1
การผ่านบอลแบบสามเหลี่ยม โดยให้เฉพาะบอลเคลื่อนที่เท่านั้น
เมื่อมีผู้เล่นบังทางบอลอยู่ 2 ทาง ส่วนทางที่เหลือสามารถชิ่งเป็นสามเหลี่ยมได้
(พื้นที่สีเขียวทึบ คือ พื้นที่ที่ไม่สามารถผ่านบอลให้เพื่อนได้)
เมื่อถูกประกบ 3-3 เมื่อไหร่ ทางผ่านบอลจะเสี่ยงเกินไป ฉะนั้นต้องมีผู้เล่นเสริมเข้ามาช่วย
ทำชิ่งเป็นสามเหลี่ยมตามระบบโมเดล
หลักการครองบอลง่าย ๆ สำหรับ Tiki - Taka model คือ การต่อบอลทำชิ่งเป็นสามเหลี่ยม
แม้นจะมีผู้เล่นยืนอยู่ในลักษณะไหน ตำแหน่งไหนในขณะเล่น ก็ตาม
2. รูปแบบการเจาะที่สามารถทะลุทะลวงได้ (Penetration)
รูปแบบการเจาะเกมส์รับที่ บีร็อด ชอบที่จะใช้ทะลวงเกมส์รับคู่แข่ง
3. การกดดันเพื่อบีบคู่แข่งให้จ่ายบอลพลาด แล้วเอาบอลมาอยู่ในการครอบครอง (Pressure)
นี่ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับ Tiki - Taka model หลักสำคัญเมื่อเพรส เรียกกันว่า
กฎ 6 วินาที (Six Second Rule) คือการรุมแย่งบอลกลับมาให้ได้ภายใน 6 วินาที ถ้าหากทำไม่สำเร็จ
ทีมต้องถอยร่นกลับมาตั้งรับใหม่ แล้วรอสัญญาณเริ่มต้นสำหรับการเพรสอีกครั้ง
บีร็อดกล่าวว่า "คุณไม่สามารถเพรสแย่งบอลได้ด้วยตัวคนเดียว คุณต้องทำเป็นทีมเวิร์ค เพรสกันเป็นโซน
เพื่อว่าถ้าบอลอยู่ในโซนที่คุณรับผิดชอบอยู่ คุณจะได้อยู่ในระยะที่ใกล้พอสำหรับการแย่งได้ทันทีทันใด
คุณต้องใช้เวลาไม่เกิน 5-6 วินาที และต้องรู้ว่าเมื่อไหร่ควรหยุดรอสัญญาณอีกครั้ง เพราะคุณไม่สามารถที่จะ
วิ่งพล่านได้ตลอดเหมือนกับคนบ้า"
แล้วอะไรคือ สัญญาณ ? ที่ให้เริ่มการเพรสอีกครั้ง สิ่งนี้ก็เปรียบดังเช่น การล่าเหยื่อของสิงโตในป่า
ซึ่งทั้งที่สิงโตไม่เข้าใจวิชาคำนวณ แต่มันคำนวณได้จากสัญชาตญาณว่าเมื่อไหร่ที่สมควรกระโจนล่าเหยื่อ
เช่นกันกับ การเพรส คุณต้องมองเห็นโอกาสความเป็นไปได้ที่จะแย่งบอลมาครองสูงกว่าโอกาสกินแห้วกระป๋อง
ตัวอย่างเช่น จังหวะที่คู่แข่งส่งบอลคืนหลัง อาจเป็นสัญญาณหนึ่งว่า พวกเขาถูกบล๊อคการผ่านบอลขึ้นหน้า
หรือที่เห็นได้ชัด ในจังหวะที่คู่แข่งเสียเวลาจับบอล หรือก้มดูบอลเพื่อคอลโทรลบอล นี่คือโอกาสของคุณ
4. ความอดทน (Patience)
การผ่านบอลโดยโมเดลนี้ นักเตะต้องมีความอดทน ที่จะรอโอกาส เมื่อเกิดช่องว่าง ความอดทนนั้นจะไม่ไร้ค่า
โดยเฉพาะแฟนบอลหลาย ๆ ท่าน ที่เคยชินกับรูปแบบการเล่นของหงส์แดง แบบเดิม ๆ ที่ต่อบอลค่อนข้างเสี่ยง
กล้าได้กล้าเสีย สร้างโอกาสได้มากมายแต่จบไม่ลง นั่นคืออดีต แต่สำหรับโมเดลนี้ความอดทนเพื่อที่จะเล่นให้
แน่นอนที่สุดที่สิ่งที่จะขาดไม่ได้สำหรับ Tiki - Taka model
5. โซน (Zones)
Zone 1 – ‘the sweeper goalkeeper’
ผู้รักษาประตูในแบบฉบับ Tiki - Taka จะไม่ใช่ทำหน้าที่แค่ป้องกันประตู แต่ต้องสามารถเล่นบอลกับเท้าได้ดี
มีความคล่องแคล่ว รวดเร็วในการออกมาตัดบอลนอกกรอบเขตโทษ ถือเป็นตำแหน่งที่ผ่อนแรงกดดันให้กับ
เพื่อนร่วมทีม ซึ่งเคสนี้ เรน่า เคยเรียนรู้ศาสตร์นี้ตอนสมัยที่ฝึกปรือวิชาที่ลา มาเซีย ของบาซ่า และแน่นอนว่า
จะไม่มีปัญหาใด ๆ ในการปรับตัว
สเปคโดนใจ : เปเป้ เรน่า
Zone 2 - the ‘líbero’
ผู้เล่นโซนนี้ต้องเก็บบอลเก่ง ผ่อนแรงกดดันให้กับเพื่อนร่วมทีมได้ดี คุณสมบัติเซ็ตเตอร์ทั้ง 2 ตัวต้องสนับสนุนกัน
คนแรกต้องมีเทคนิคยอดเยี่ยม อีกคนต้องแกร่ง โดยคนที่เทคนิคดีสุดจะทำหน้าที่เหมือนเพลย์เมคเกอร์เพื่อ
เปลี่ยนจังหวะของเกมส์ให้ช้าหรือเร็ว
สเปคโดนใจ : ดาเนียล แอ๊กเกอร์+มาร์ติน สเคอร์เทล
Zone 3 – the ‘volante de salida’
โซนนี้ ต้องเป็นผู้เล่นที่แย่งบอลเก่ง อ่านเกมส์ขาด ตัดสินใจได้เร็ว เหมือนเป็นทางออก (outlet) ให้กับเพื่อน ๆ ได้
เวลาโดนคู่แข่งเพรสกลับคืนมาบ้าง
สเปคโดนใจ : ลูคัส เลว่า
Zone 4 – the wing backs
ผู้เล่นโซนนี้ ต้องรับผิดชอบ วิ่งขึ้น-ลง เติมเกมส์รุกและรับให้ดี สิ่งสำคัญสำหรับโซนนี้คือ ต้องไม่โยนบอลพร่ำเพรื่อ
โดยไม่จำเป็นเด็ดขาด โดยเฉพาะการโยนบอลจากแดนหลังไปหน้า ผู้เล่นจะต้องพยายามพาบอลไปให้สุดเส้นหลัง
ของคู่แข่งแล้วค่อยโยนเข้ามาที่หน้าประตูเพื่อให้เพื่อนเข้าฮอส
สเปคโดนใจ : โฆเซ่ เอ็นริเก้+เกล็น จอห์นสัน
Zone 5 – the box to box creative midfielders
ต้องเป็นมิดฟิลด์ที่มีทักษะสูงส่ง สามารถเปลี่ยนจังหวะเกมส์ได้ภายในเสี้ยววินาที ตัดสินใจได้ฉับไวว่าจะทำอะไรและ
เมื่อไหร่ ? ต้องมีความสามารถที่ครบเครื่อง แต่สิ่งสำคัญนักเตะในโซนนี้ต้องเน้นความแน่นอนและเหนียวแน่นในการ
ครอบครองบอล ไม่เสี่ยงต่อการเสียบอลโดยไม่จำเป็น
สเปคโดนใจ : สตีเว่น เจอร์ราร์ด
Zone 6 – the inside forwards
นักเตะในโซนนี้ ต้องมองไปที่นักเตะที่มีคุณสมบัติคล้ายกับ เมสซี่ หรือ อเล็กซิส ซานเชซ ของบาซ่า
ต้องเป็นนักเตะที่แพรวพราว มีเทคนิคสูง ความคิดสร้างสรรค์ คาดเดาได้ยาก ว่าจะทำอะไรต่อไป
น่าเสียดายที่ ณ ขณะนี้ หงส์แดงมีแค่คนเดียวที่มีคุณสมบัติเด่นชัด
สเปคโดนใจ : หลุยส์ ซัวเรซ
Zone 7 - the linking target man
ตำแหน่งโซนนี้ ต้องเป็นนักเตะที่มีเทคนิคเป็นเลิศ จับบอลแรกต้องเนี๊ยบ สามารถเล่นต่อได้เลย เชื่อมเกมส์รุกได้ดี
เคลื่อนที่ฉลาดเวลาทีมไม่ได้บอล
สเปคโดนใจ : ยังไม่โดนใจ (ส่วนบอรินี่ อยู่ในข่ายเฝ้าจับตา)
Zone G (8) – the goal scoring opportunity and assist zone
หลักการของโซนนี้คือ โอกาสทำประตูทุกครั้งต้องมีคุณภาพ โอกาสที่จะเป็นประตูต้องมากกว่าไม่เป็น หลายครั้งที่เราเห็น
นักเตะบาซ่าพาบอลเข้าเขตโทษ แล้วจู่ ๆ ก็ม้วนกลับมาเซ็ตเกมส์รุกใหม่อีก เพราะนักเตะวิเคราะห์แล้วว่าโอกาสที่จะ
เป็นประตูมันน้อยกว่าที่จะไม่ได้ประตู หรือเพื่อนร่วมทีมเติมไม่ทัน เป็นต้น นี่คือหลักสำคัญของ Tiki - Taka model
ฤดูกาลล่าสุดตอน ดัลกลิชคุมทีม ลิเวอร์พูลคือทีมที่สร้างโอกาสได้มากที่สุดในการเข้าทำ แต่ส่วนใหญ่สร้างสรรค์โอกาสได้
แต่ทำประตูไม่ได้ ซึ่งหากเปรียบกับนักเตะบาซ่า หากความเป็นไปได้แค่ 50:50 พวกเขาจะไม่มีทางยอมเสี่ยงเสียบอล
เพียงเพื่อที่จะเสี่ยงแลกโอกาสทำประตูเพียงเด็ดขาด และนี่คือข้อแตกต่าง ซึ่งปัญหาตรงนี้หงส์แดงเจอมาตลอด
และหลังจากนี้ ในยุคที่ บีร็อดคุมทีมอยู่ เราอาจได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในการเข้าทำที่แน่นอนขึ้นกว่าเดิมก็เป็นได้
"We don't worry about scoring goals, we focus more on making them" : Tki Taka Soccer Schools
6. ความยืดหยุ่น (Fluidity)
รูปแบบความน่าจะเป็นในรูปแบบการเล่นฤดูกาลใหม่ที่จะมาถึงนี้
(สมมติว่า ได้เดมพ์ซี่มา จากโมเดลของ @liam_tomkins)
ฟุตบอลในแบบฉบับ Tiki - Taka model จะไม่ยึดติดว่าเป็นระบบ 4-4-2 , 4-5-1 หรือ 4-3-3 แต่ที่สำคัญที่สุดคือ บทบาท
ของผู้เล่นแต่ละคนในโซนต่าง ๆ นั่นเอง ซึ่งสามารถยืดหยุ่นได้ตามสถานะการณ์ สิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่กับการฝึกซ้อม
7. ข้อสรุป (Conclusion)
สุดท้ายแม้นว่า Tiki - Taka model จะเป็นโมเดลที่ดีมากแค่ไหนก็ตาม แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับทรัพยากรนักเตะด้วยว่า
สามารถเข้ากับระบบทีม ระบบโมเดลที่วางไว้ ได้มากน้อยเพียงใด นักเตะอย่าง แอนดี้ แคร์โรว, ชาร์ลี อดัมส์,
หรือฟอร์มล่าสุดของ เจย์ สเปียร์ริ่ง เหล่านี้ยังคงเป็นข้อสงสัยอยู่ สำหรับเหล่าสาวกเดอะค๊อปหลาย ๆ คน..
เมื่อเรามองจาก Tiki - Taka model 7 ข้อที่ผ่านมา เราจะพออนุมานได้ว่า ใครคือคนที่ใช่ หรือใครคือคนที่ต้องออกจากบ้าน AF
ปัญหาคือ โซน 5-7 ยังต้องปรับปรุงอยู่ ส่วนโซนอื่น ๆ ก็ต้องหาตัวสแตนด์บายเอาไว้เช่นกัน
สำหรับ Tiki - Taka model พี่น้องชาว LTF ล่ะครับ คิดว่าใคร คือคนที่ใช่ หรือคนที่ต้องไปบ้างเอ่ย ??
ปิดท้าย Update ! ข่าวล่าสุด จาก เดอะมิเรอร์ + Liverpool close in on £16m Uruguay star : Gaston Ramirez
และ + Liverpool have agreed to offload Italian flop Alberto Aquilani to Fiorentina for £7million

จริงหรือลือ หรือแค่ขายข่าว ต้องใช้วิจารณญาณในการอ่านเอาเองนะครับ ขอบคุณครับ.
-------------------------------------------------------------------------------------
ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก
- http://www.kopsource.com
- http://www.eplindex.com
- http://www.tikitakasoccer.co.uk/
- ลิเวอร์พูลรายเดือน ฉบับที่ 69 คอลัมน์ Reds verdict by Paul Tomkins
- http://www.mirror.co.uk
แปล/เขียน/เรียบเรียง โดย เสือแมน (www.liverpoolthailand.com)


































