Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

ไปที่เนื้อหา

Follow Us On Follow us on Facebook Follow us on Twitter Watch us on YouTube

0
- - - - -

เบา เบา กับ woodwork และแชมป์ ลีก คัพ


มี 8 โพสต์ตอบกลับกระทู้นี้

#1 admin

admin

    Administrator

  • ผู้ดูแลระบบ
  • 25 โพสต์
ชื่อเสียง
21
ระดับจังหวัด

โพสต์เมื่อ 12 July 2012 - 12:14 PM

Jinn : เบา เบา กับ woodwork และแชมป์ ลีก คัพ

ไหนๆ ก็เขียนในเฟสบุ๊กแล้ว โอกาสฉลองแชมป์ก็เอามาแปะที่ี่นี่ตามที่ได้คุยกับบางคนไว้ แต่คงจะไม่มารบกวนพื้นที่นี่บ่อยๆ ไว้เลือกคัดมาก็แล้วกัน ส่วนกลุ่มเฟสบุ๊คอาจจะตรงข้ามคือเบื่อขี้หน้ากันไปข้างแน่ๆ ฮ่า เข้าเรื่องเลยดีกว่า

ลิเวอร์พูลสามารถคว้าเมเจอร์ โทรฟี่ แรกในรอบ 6 ปีที่ไม่เกี่ยวข้องกับถ้วยที่ได้ในการอุ่นเครื่องตามประเทศต่างๆ หลังจบเกมผมว่ามีหลากหลายอารมณ์ความรู้สึก (เชื่อว่าหลายคนจะเครียด!) ผมมีความรู้สึกเหมือนเพิ่งเข้าไปดูหนังสยองขวัญเรื่องหนึ่งที่เนื้อหาตึงเครียด ออกแนวจิตๆ แต่ข้อดีที่ชัดเจนคือตอนจบ แฮปปี้ เอนดิ้ง
มันทำให้นึกถึงที่คุยๆ กับเพื่อนแฟนบอลลิเวอร์พูลหลายคน (รวมถึงโพลก่อนเกมที่ว่าจะจบแบบไหน ซึ่งคงสมใจแฟนหงส์โรคจิต ฮ่า...) เราคุยกันถึงโอกาสที่จะพลิกล็อก(แพ้)ในเกมนี้ หลายคนอาจจะกังวลมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อใกล้วันแข่ง แต่ส่วนใหญ่ผมว่ายังค่อนข้างจะมั่นใจ
ลิเวอร์พูลลงสนามในสถานะที่เราไม่คุ้นเคยมานาน นั่นคือเป็นต่อในเกมชิงชนะเลิศ แถมเป็นต่อแบบสุดกู่ ชนิดว่าชนะดูเหมือนแค่เสมอตัว แต่ถ้าแพ้นี่ตัวใครตัวมัน!
วันก่อนแข่งก่อนผมไปกินข้าวผ่านหลายขายเสื้อกีฬาที่กำลัง sell สัญลักษณ์ที่คุณผู้หญิงหลายคนต้องหยุดมอง ประเด็นไม่ได้อยู่ที่จะซื้อเสื้อ เพราะช่วงนี้ปลายเดือนกระเป๋าย่อมแฟบเป็นธรรมดา(ฮ่า...) ผมเลยไม่ได้มีความรู้สึกซื้อเสื้อแต่อย่างใด แต่มีผู้ชาย 3-4 คน ยืนอยู่บริเวณร้านแล้วคุยกันเกี่ยวกัมเกมคืนนี้
มีคนหนึ่งที่น่าจะเป็นเด็กหงส์พูดว่า "ถ้าขนาดนี้ยังแพ้นะมึง ต่อไปกูจะเลิกดูแล้ว" มันทำให้ผมคิดในใจว่า ต่อให้แพ้ผมว่ามันก็ไม่เลิกดูแหงๆ แต่ก็เหลือบดูหน้าไม่น่าจะใช่ประชากรบนดาวศูกร์นะ หุหุ
จริงๆ รูปการณ์ผมว่าแฟนพันธุ์แท้หงส์แดงไม่มีใครมั่นใจว่ามันจะง่ายจริงๆ หรอก เรารู้กันดีกว่า ลิเวอร์พูลของแท้ ต้องได้แชมป์อย่างอยากลำบากเสมอ!
คนหนึ่งพูดกับผมในช่วงหลายวันว่า "พี่เคยเห็นลิเวอร์พูลเป็นแชมป์ง่ายๆ หรือไง" มันก้องอยู่ในหัว แต่แม้ว่าจะยึดอารมณ์ความรู้สึกอยู่บ้าง แต่ยามต้องทำงานเกี่ยวกับการวิเคราะห์คุณต้องเลือกเหตุผลเป็นหลัก ส่วนบางพื้นที่เราอาจจะใช้อารมณ์ความรู้สึกได้
อย่างในวิจารณ์ผมก็มองว่าลิเวอร์พูลจะชนะ 2-0 ในรายชื่ออย่างน้อยจะเห็นชัดว่า 11 ตัวจริงที่ผมเขียนถึงทีมลิเวอร์พูลน่ะถูกต้องทุกตัว แต่ในทางกลับกัน ถ้าคุยกันเป็นการส่วนตัวหากมีคนถามว่านี่เป็น 11 ตัวจริงที่ผมชอบที่สุดหรือเปล่า แน่นอนว่าถ้าเลือกเองผมไม่เลือกชุดนี้ทั้งทีมแน่ๆ แต่เมื่อวิเคราะห์คุณจะใช้ความเห็นตัวเองไม่ได้ ต้องเป็นตามข้อมูล หรือข่าว
อาทิ บางทีคุณอาจจะเดาออกว่าเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อาจจะให้ข่าวหลอกว่านักเตะคนนี้เจ็บ แต่เรากะแล้วว่าถึงเวลาก็ลงได้ แต่เมื่อเขียนเราก็ต้องเขียนตามข่าว และข้อมูลที่เป็น fact มีแหล่งอ้างอิง ไม่ใช่การคาดเดาส่วนตัว
ย้อนไปก่อนเกมถึงความมั่นใจต้องบอกว่าราวๆ 90 เปอร์เซนต์ ฟังดูอาจจะเว่อร์ แต่ผมคุยกับน้องคนหนึ่งหลายวันต่อเนื่องก่อนเกม ผมมองว่าลิเวอร์พูลเหนือกว่ามาก คาร์ดิฟฟ์ ไม่ใช่บอลโยนสไตล์ที่ต้องกลัว นักเตะความเร็วสูงก็ไม่มี เล่นบอลคล้ายๆ เรา ถ้าเราแพ้หมายถึงเราแพ้จริงๆ หรือโกลคู่แข่งผีเข้า
ที่สำคัญกองหลังคาร์ดิฟฟ์ใช่ว่าจะเหนียวแน่นมาก แนวรุกก็ไม่ได้โดดเด่น ทางกลับกันแนวรับลิเวอร์พูลแข็งแกร่งมาก กองหน้าอาจจะยังไม่ถงจุดที่ท๊อปฟอร์มแต่การทำประตูคาร์ดิฟฟ์น่าจะเกิดขึ้นได้อย่างน้
อย 1-2 ลูก ขณะที่แนวรับของเราถ้าไม่หลุดฟอร์มแบบเกมกับโบลตัน ผมคิดว่าโอกาสเสียหลายลูกไม่มี
ประเด็นถัดมาคือต่อให้ต้องต่อเวลา ลิเวอร์พูล ก็มีประสบการณ์เล่น ยิ่งไปกว่านั้นต่อให้ดวลจุดโทษ ผมก็บอกว่าเราได้เปรียบ เหตุผล เพราะคาร์ดิฟฟ์ จะคิดว่าใกล้ถึงที่หมาย แต่พอนิ่งนอนใจจะพลาดได้ ผมยกตัวอย่าง อิตาลี ที่จะกับบราซิล ในเวิลด์ คัพ 1994 คนคิดว่าเมื่อถึงดวลจุดโทษอิตาลีจะได้เปรียบ แต่จริงๆ สำหรับทีมรองบ่อนถ้ามาถึงจุดที่คิดว่าจะหยิบแชมป์ได้ มันจะตื่นเต้น และพวกเขาจะพลาด
อันนี้เชื่อว่าเจ้าตัวที่คุยกับผมจะเข้ามาอ่าน และยืนยันได้ว่าผมพูดไว้แล้ว แม้ว่าไม่คิดว่ามันจะออกมา หรือมาถึงจุดนี้ก็ตาม!
ไม่กี่ชั่วโมงก่อนแข่งผมเริ่มเสียวๆ ตอนลงมากินข้าว ปกติวันที่ลิเวอร์พุลแข่งผมจะเลี่ยงเนื้อไก่ อันนี้มันเป็นเคล็ดส่วนตัว เหมือนกับบางคนที่จะใส่เสื้อตัวโปรด หรือว่าถึงกับไม่ดูเพราะคิดว่าตัวเองดูทีไรแพ้ทุกที หรือเป็นตัวซวย!
ผมพยายามเลี่ยงไก่ แต่วันไหน เผลอ หรืออยากกินพอดีกับลิเวอร์พูลแข่งมักจะเสร็จ! พอดีเวลาทำงานที่รีบเร่ง ทำให้ต้องไปซื้อของที่เซเว่น ผมจะสั่งฟุตลอง เกิดฉุกนึกได้ว่ามันเป็นไก่นี่นา ดีที่แคนเซิ่ลทัน และซื้อพ๊อกเวียนนากินแทน
มันทำให้ผมหวาดเสียวขึ้นมานิดๆ ว่าวันนี้ต้องมีอะไรแปลกๆ

ไม่กี่นาทีเกมจะเริ่มรายชื่อนักเตะที่จะลงสนามมาแล้ว มันมาตามคาด แม้ลึกๆ ผมอยากให้ผิดคาดนิดๆ เพราะอยากให้โอกาสนักเตะที่ลงเล่นรายการนี้มาตลอดเส้นทางหลายรอบอย่าง มาร์ติน เคลลี่ หรือเจย์ สเพียริ่งได้เล่น แต่ผมก็รับได้กับการจัดตัว โดยเฉพาะการใช้หน้าคู่ที่หมายความว่าเราไม่ได้กลัวคู่แข่งมากเกินไป
ต้องแยกแยะว่าความ "เคารพ" คู่แข่ง "ประมาท" กับ "กลัวเกรง" มันคนละความหมายกัน
ผมว่าลิเวอร์พูลควรจะลงสนามอย่างเคารพคู่แข่ง แต่ก็ต้องไม่กลัวคู่แข่งจนเกินไป มันไม่ต่างกันว่าคุณจะเจอ บาร์ซ่า, เรอัล มาดริด หรือคาร์ดิฟฟ์
นัดชิงชนะเลิศไม่ควรมีเรื่องให้ประมาทอยู่แล้ว ข้อนี้ผมไม่ห่วง โดยเฉพาะการที่ทีมไม่เคยมีถ้วยติดมือมา 6 ปี แต่ผมจะกังวลเล็กน้อยในการเล่นที่เวมบลี่ย์
ส่วนตัวผมมีความทรงจำที่ไม่ดีเท่าไหร่ เชื่อว่า เดอะ ค็อป หลายคงจดจำลูกถอยตัววอลเล่ย์ของเอริค ก็องโตน่าในเอฟเอ คัพ96 หรือย้อนไปเกมพ่ายวิมเบิลดันในเอฟเอ คัพ นัดชิงฯ ไม่รู้ทำไมผมจำเวมบลี่ย์ในยุคไม่ใช่ คิง เคนนี่ ไม่ค่อยดี ขณะที่ถ้าเล่นในมิลเลนเนี่ยม สเตเดี้ยมในคาร์ดิฟฟ์ผมมองว่านั่นเหมือนสนามเหย้ของเราเลยนะ
สำหรับเวมบลี่ย์ที่สร้างใหม่ มันจะกลายเป็นเหมือนสนามเหย้าของเราหรือไม่ต้องจับตามอง
บางทีมเคยมาแพ้บาร์เซโลน่าที่นี่แบบหมดสภาพมาแล้ว พวกเขาคงไม่อยากมาที่นี่เท่าไหร่เลยชิงตกรอบไปก่อน(ฮ่า...)
ชัยชนะเหนือคาร์ดิฟฟ์(ก่อนเกม) สำหรับตัวผมมันเหมือนกับเป็นการถางทางไว้ข้างหน้า เพราะถ้าผ่านสโต๊คไปได้ เราจะได้เล่นที่เวมบลี่ย์อีกครั้ง และแน่นอนถ้าชนะอีก เราจะได้เล่นเวมบลี่ย์ 3 นัด!
ผมหวังว่ามันจะกลายเป็นสนามนำโชค และสนามเหย้าแห่งใหม่ของเรา ทิ้งหอคอยคู่ไปซะ และเป็นบันได 107 ขั้นที่เราควรจะได้ก้าวย่างไปเหยียบบ่อยๆ
ผมเพ้อขนาดว่าหลังจาก ลีก คัพ, เอฟเอ คัพ ก็วาดฝันว่าวันที่เวมบลี่ย์ที่เสนอจะเป็นเจ้าภาพ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อีกครั้งในเร็วๆ นี้จะกลับมาเป็นโอกาสให้เราลงเล่นหากเรากลับไปเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีก!

เกม ลีก คัพ เริ่มต้นขึ้นแล้ว หลังจากแช่งคู่แข่งลุ้นไปยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ไม่ขึ้น(ปืนชนะ แถมผีชนะท้ายเกม วันก่อนก็เชลซีชนะ แต่มองในแง่ดี นิวคาสเซิ่ล ยังเสมอ และไก่แพ้ อ่อ อย่าลืม เรือใบสีฟ้าชนะด้วย!) ลิเวอร์พูลเปิดหัวอย่างสวยงามด้วยการยิงบอลไปชน ไม้ทำงาน(woodwork)
คือสำหรับจะเสาหรือคาน ฝรั่งมันก็ใช้woodwork ซึ่งผมแปลแบบประชดประชันว่าเจ้าไม้ทำงานนี่แหละตัวแสบที่ทำให้แต้มในฤดูกาลนี้ของลิเ
วอร์พูลหายเยอะกว่าที่ควรจะเป็น
ผมยอมรับว่าไม่ถึงกับพอใจการทำงานของ คิง เคนนี่ แต่ถ้าไม่เจอเจ้าไม้ทำงานเล่นงานเยอะอย่างนี้ เราก็น่าจะไปเล่น แชมเปี้ยนส์ลีก ง่ายขึ้น!


ลูกต้นเกมนี่แหล่ะ เปลี่ยนให้ลิเวอร์พูลเจอโชคร้าย ในความรู้สึกเบื้องต้นที่เหมือนจะเป็นโชคดี นักเตะลิเวอร์พูลที่มีสมาธิ และมุ่งมั่นเล่นเกมรุก อยู่ดีๆ ไปคิดว่าเมื่อยิงเกือบเข้าแบบนี้เกมอาจจะง่าย
เราประหม่าตั้งแต่ต้น เพราะเป็นเกมชิงชนะเลิศ และเมื่อทุกอย่างดูง่ายมันเลยกลายเป็นประมาท(ทั้งๆ ที่เริ่มเกมไม่ได้ประมาท)
ความผิดพลาดของแนวรับมาจากความประมาท และโฆเซ่ เอ็นริเก้ อาจจะทำให้ทุกคนเข้าใจว่าทำไม บิเซนเต้ เดล บอสเก้ ไม่เรียกตัวแบ๊กซ้ายรายนี้ไปติดทีมชาติซักที
เทียบกับ จอร์ดี้ อัลบา แบ๊กซ้ายดาวรุ่งของบาเลนเซียจะเห็นว่า เอ็นริเก้ ยังตามหลังอยู่หนึ่งขั้น
เมื่อเสียประตูกลายเป็นลิเวอร์พูลรนเอง เกมที่เคยเล่นเป็นธรรมชาติ ดูเหมือนจะมีความกลัวเกาะกินในใจนักเตะจนทำอะไรร้อนรนผิดจังหวะไปหมด
ปัญหาเดิมๆ คือความเร็วในการเล่นเกมรุกของ หลุยส์ ซัวเรซ ดูจะเร็วไปเมื่อเทียบกับเพื่อนร่วมทีมที่เล่นในจังหวะที่ช้ากว่า เมื่อเพื่อขึ้นมาอยู่ในจุดที่ช่วยเหลืออะไรไม่ได้ เวลาผ่านไปซัวเรซจะยิ่งเล่นฝืน และเล่นเองมากขึ้น
การเลือกจังหวะก็ผิดไปหมด บางทีจังหวะที่ต้องตะลุยผ่านกองหลังตัวๆ ซัวเรซกลับเลือกจ่าย แต่บางครั้งเจอล้อมหน้าหลัง 3-4 ตัว ซัวเรซดันจะไปเอง
จีเจ ก็เป็นอีกรายที่แสดงให้เห็นว่าทำไม โชเซ่ มูรินโญ่ ไม่เลือกใช้งานสมัยอยู่กับเชลซี ด้วยเหตุผลว่าชั้นไม่ถึง จีเจ ยังเล่นได้ไม่สมดุลพอ หลังพยายามยิงต้นเกมเกือบเป็นผล ทำให้เขาเสี่ยงที่จะยิงมากจนลืมไปว่าตัวเองเป็นแบ๊กขวา
แบ๊กสองข้างลิเวอร์พูลเล่นอย่างลุกรี้ลุกลน ยังดีที่คนที่เล่นไม่ดีเป็นส่วนใหญ่ของซีซั่นอย่าง สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง ทำได้นิ่งผิดฟอร์ม(ฮ่า...)
อาจจะมีหลายคนตำหนิ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ส่วนตัวแน่นอนผมเห็นด้วยว่านี่ไม่ใช่เกมที่ดีของเฮนโด้ แต่ผมก็ไม่คิดจะตำหนิกองกลางรายนี้มากมายกว่า ชาร์ลี อดัม หรือสตีเว่น เจอร์ราร์ด
ผมเคยเขียนไปแล้วว่าการขาดลูคัส ทำให้เราต้องเน้นมิดฟิลด์ที่ช่วยตรงกลาง 3 ตัว เฮนโด้ ไม่อาจจะเล่นริมเส้นเต็มที่ จีเจ ต้องเติมแทน ในทางกลับกันเขาต้องเล่นเกมรับมากขึ้น เช่นกันกับที่ อดัม กับเจอร์ราร์ด สลับกันขึ้น เฮนโด้ต้องระวังตำแหน่ง
ระวังจนเกร็ง บางจังหวะควรเสี่ยงยิงก็ดูเหมือนจะไม่กล้าพอ กลัวรุ่นพี่ หรือมองว่าไม่ใช่หน้าที่
ผมไม่แน่ใจว่า เคนนี่ ฝังความกังวลกับนักเตะลิเวอร์พูลมากไปหรือเปล่าในเกมนี้ ลิเวอร์พูลเหมือนได้รับคำสั่งว่าห้ามฟาวล์ระยะอันตราย(โดยเฉพาะในช่วงต่อเวลาพิเศษ) ทำให้การเข้าบอลไม่เป็นธรรมชาติ
คาร์ดิฟฟ์เล่นได้เป็นรองลิเวอร์พูลตลอดทั้งเกม แต่อย่างน้อย มัลกี้ แม็คเคย์(อาจจะออกเสียงเป็นแม็คคายตามสำเนียงสก็อตต์)วางแผนมาต้องบอกว่าดีกว่า
เขารู้ว่าลิเวอร์พูลเจาะทีมที่เล่นเกมอุดไม่เป็น และรักษาวินัยในเกมรับให้ดีที่สุด
ลิเวอร์พูลยิ่งเร่งยิ่งจ่ายบอลเสียเอง เฮนโด้ เด็กเกินไปสำหรับเกมแบบนี้ แต่ผมก็ยินดีที่จะให้เขาเพิ่มประสบการณ์ไปเรื่อยๆ เพราะผมเห็นอนาคตลิเวอร์พูลส่วนหนึ่งอยู่ที่เขา
มาร์ติน สเคอร์เทลเป็นเซอไพรซ์แห่งฤดูกาล(ด้านบวก) ในสายตาผม นอกจากการเป็นตัวหลักในเกมรับ(ที่ต้องเจอกับแบ๊กสองข้างที่เอาแน่เอานอนไม่ได้) ยังขึ้นไปยิงประตูแบบที่กองกลาง หรือกองหน้าคนอื่นๆ น่าจะหันมาดู ลูกยิงที่เฉลียวฉลาด และใช้หัว
หลังจากยิงลูกนี้เข้า หลายคนอาจจะรู้สึกได้ว่านักเตะหน้าตาแบบนี้ก็หล่อมากๆ ได้ในสายตาแฟนบอล
ซัวเรซเองมีทั้งลูกหลุด และลูกส้มหล่น แต่การติดโทษแบน 8 นัด หรือปัญหานอกสนามอาจจะมีส่วนให้เขาเสียสมาธิ และนี่เป็นหนึ่งในเกมที่ย่ำแย่ของเขา
ที่น่าผิดหวังอยู่พอสมควรในสายตาผมคือ "คิง เคนนี่" จริงๆ แล้วลิเวอร์พูลเหนือกว่าคาร์ดิฟฟ์ตัวต่อตัวอย่างมาก แต่ลิเวอร์พูลกลับวางแผนให้มันสูสีกันซะอย่างนั้น
หากไม่ได้ลูกของสเคอร์เทล ไม่รู้ว่าหวยจะออกแบบไหน แต่หลังจากเสมอ 1-1 ผมจะไม่ติงเรื่องการเปลี่ยนแอ๊กเกอร์ เพราะนั่นอาจจะมีปัญหาการบาดเจ็บ และเป็นไฟต์บังคับ ขณะที่การเปลี่ยนเบลลามี่แทน เฮนโด้ ที่ไม่จำเป็นต่อทีม(ในเวลานั้น เพราะคาร์ดิฟฟ์ไม่ขึ้น ตัวตัดเกมก็ไม่จำเป็นต้องมีหลายตัว)
การเปลี่ยนตัวไม่ใช่เรื่องใหญ่เท่ากับการกระตุ้น และวางแผน จากที่ดูมาปีกว่าๆ เคนนี่วางแผนมาได้ไม่เลว แต่การแก้เกมยังไม่ "โดน"
หลังจากเสมอ 1-1 ถ้าเป็นทีมใหญ่ๆ ทีมอืนๆ เจอกับทีมเล็กๆ ต้องบี้ให้ตาย ลิเวอร์พูลกลับผ่อน ราวกับกลัวคาร์ดิฟฟ์จะยิงเราเพิ่ม
หาก เคนนี่ มิลเลอร์ คมกว่านี้ปลายเกมลิเวอร์พูลอาจจะเป็นผู้แพ้ใส 90 นาทีไปแล้ว
ลิเวอร์พูลมีจุดแข็งที่ สตีเว่น เจอร์ราร์ด, ซัวเรซ, เบลลามี่ หรือตัวรุกคนอื่นๆ แต่กลับมาเล่นกล้าๆ กลัวๆ จนคาร์ดิฟฟ์เกือบฉวยโอกาสเล่นงานสำเร็จ ทั้งๆ ที่เรามีค้อนที่จะทุบกรรไกร เหมือนเราใช้แค่กรรไกร หรือหันไปออกกระดาษด้วยซ้ำ
แต่อย่างว่าความเสี่ยงมันคือถ้วยในรอบหกปี เคนนี่ อาจจะเอาตัวรอดท้ายเกม และในช่วงต่อเวลาลิเวอร์พูลจึงบุกอีกครั้ง
จะเห็นหลายครั้งในฤดูกาลที่เราจะมาเร่งเต็มที่ได้ก็ 10 นาทีสุดท้าย หรือช่วงเวลาขับคัน หรือตามหลัง แต่ทำไมไม่กระตุ้นหรือทำแบบนั้นตั้งแต่ต้น
ในไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้นผมได้ดูเกมของนอริช กับแมนฯ ยู หลังจากนอริชตีเสมอ ปีศาจแดงยังบุกต่อ แบบไม่กลัวจะโดน มันทำให้พวกเขาแพ้ซิตี้เละตอนต้นฤดูกาล แต่จะเห็นว่าทำให้แต้มในลีกสูงกว่าเรามาก
หลายๆ เกมเราทิ้งครึ่งแรกไปเปล่าๆ อย่างเช่นเกมกับสเปอร์สหรือสโต๊ค(เอาแค่ที่นึกได้)
ลิเวอร์พูลบุก แต่โอกาสเข้าทำจริงๆ ไม่มี
เดิร์ค เค้าท์ วอร์ม ผมคุยกับเพื่อนที่ทำงานเล่นๆ ระหว่างนั้นว่าถ้าเป็นนายจะเปลี่ยนใคร เขาเลือกสเพียริ่งเพื่อเพิ่มแดนกลาง หรือความยืดหยุ่นของมักซี่ แต่เค้าท์วอร์มอยู่ ผมมั่นใจได้ว่าเป้าหมายหลักการเปลี่ยนลงมาคือดวลจุดโทษ
วิธีการทำทีมของเคนนี่ค่อนข้างจะอนุรักษ์นิยม เสี่ยงน้อย และผมบอกว่าเชื่อดิ แทน แคร์โรลล์ แน่ๆ แต่ทำไมไม่รีบเปลี่ยน เพราะหลายๆ คนเริ่มหมดแรงแล้ว
กว่าเค้าท์จะลงก็เกือบจะพักครึ่งการต่อเวลา และเปลี่ยนแทนแคร์โรลล์ด้วย แปลว่าตัวรุกไม่เพิ่ม โชคดีที่จุดขายของเค้าท์คือความขยัน และเขาก็ทำประตูให้เราแบบมีโชค ก่อนจะเซฟการเสียประตูหวุดหวิด
แต่สุดท้ายก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเกมนี้ไม่เห็นการกระตุ้นของเคนนี่ ช่วงที่ปล่อยให้คาร์ดิฟฟ์บุกปลายเกม
และแน่นอนเมื่อคุณปล่อยให้คู่แข่งเล่นเกมรุก ขณะที่ทีมของคุณไม่ได้ถนัดการเล่นเกมรุก โอกาสจะถูกลงโทษก็มี และสุดท้ายมันก็เป็นอย่างนั้น

ตัดมาถึงการดวลจุดโทษ สามคนที่ผมว่ายิงแน่คือ เค้าท์, อดัม, เจอร์ราร์ด (แต่เคนนี่เรียงสลับ) เพราะผมมองว่าเค้าท์ยิงชัวร์สุด
ผมคุยกับเพื่อนคนเดิมต่อ ว่ายังมั่นใจหรือไม่ เพื่อนให้มา 65% ซึ่งผมมองว่าพอๆ กันเลย ทั้งที่การดวลจุดโทษมันควรจะ 50-50 แต่ผมให้เหตุผลอย่างที่อธิบายไว้กับเพื่อนคนอื่นๆ ไปก่อนหน้านั้น
เชื่อหรือไม่ว่า ตอนที่เจอร์ราร์ดยิงจุดโทษพลาด ผมยังเชื่อว่าเราจะได้ชูถ้วย เพราะยังมั่นใจว่าเรน่าน่าจะทำอะไรได้
แต่สารภาพเลยว่าความมั่นใจที่มีอยู่มันลดหวบตอนนักเตะอย่าง อดัมที่ตอนอยู่แบล็คพูลซัดจุดโทษไม่เคยพลาด มาอยู่กับเราพลาดไปสองทีแล้ว


อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราเกลียดมาทั้งซีซั่นมันได้ตอบแทนเรา ก็ไอ้เจ้า ไม้ทำงานหรือ woodwork ที่ทำให้เรากลับมาเสมอ และเมื่อยิงก่อนเข้าก็ได้เปรียบ
อ่อ ระหว่างนั้นก็ภาวนาว่าจะไม่มีซัวเรซยิงจุดโทษ เพราะยอมรับว่า ป๊อด สุดๆ กลัวซัวเรซจะพลาดอีก
จีเจ ยิงลูกที่ทรมาณจิตใจมาก คือยิงดีมากครับ แต่ยิงแบบนี้มันเสียว

ลูกสุดท้ายมาถึงผมมั่นใจว่าเรน่าจะเซฟ แบบคุยกับเพื่อนระหว่างนั้นว่าขอเรน่าเป็น ฮีโร่ แต่ ขอโทษครับ คุณ แอนโธนี่ย์ เจอร์ราร์ด ให้ของขวัญลูกพี่ลูกน้อง และไม่ยอมให้เรน่าเป็นฮีโร่
woodwork ช่วยป้องกันให้หงส์แดง และชดเชยความแค้นตลอดซีซั่นได้บ้าง ด้วยแชมป์ ลีก คัพ
หลังจากดูพิธีรับถ้วยแบบงงๆ ว่าไม่มีการมอบเหรียญให้รองแชมป์(หรือดูไม่ทัน) และงงว่าปกติกัปตันทีมต้องเดินเข้าไปทีหลัง ไหงเจอร์ราร์ด เข้าไปชูถ้วยก่อนซะงั้น
แต่เอาวะดีใจไว้ก่อน พร้อมกับแอบคิดว่าสัปดาห์หน้ารับมืออาร์เซน่อล เล่นได้แค่นี้ไม่พอแน่ (แต่ถ้าอาร์เซน่อลเล่นแค่ชนะสเปอร์ส โอเคว่าชนะขาด แค่ผมเห็นว่าจุดอ่อนเยอะ แถมต้องขอบคุณปืนที่พลิกล็อกแพ้ปีที่แล้วในรายการนี้ไปแล้ว ทำให้มันไม่เกิดซ้ำ!)


ระหว่างบ่นกับเพื่อนๆ บางคนถึงเกมที่ทำให้ปวดหัวตึบๆ เครียดจนสงสัยว่าความดันจะขึ้นไปแน่ๆ ในช่วงที่ดูบอล เหลือบไปเห็นกองเชียร์คาร์ดิฟฟ์บนฐานบัญชาการที่ทำงาน
เอ๊ะ ไหงวันนี้มันมากันเยอะหว่า ฮ่า
เราแอบอมยิ้มเล็กๆ ก็รู้สึกได้ถึงความผิดหวังของกองเชียร์คาร์ดิฟฟ์แปลงกายจากทีมไหน อุ๊อุ๊ ก็ไม่ต้องเดา
ความเครียดที่มีอยู่ก็เริ่มมลาย ความไม่พอใจอะไรบางอย่างก็ไม่สำคัญ เมื่อแชมป์ลีก คัพ สมัยที่ 8 แปลว่าเราไม่จบฤดูกาลมือเปล่าแน่ๆ แถมมีลุ้นดับเบิ้ลแชมป์ด้วยเอ้า

ส่วนบางทีม(จริงๆ อาจจะหลายทีมทั้งในแมนเชสเตอร์หรือทีมเจ๊ในลอนดอนที่ไม่ได้มาหลายปี)ได้แต่มองด้วยคว
ามรู้สึก หมั่นไส้ แกมอิจฉา(อันนี้ผมเดาเอา)
อยากจะพูดว่าแม้มาตรฐานทีมเราจะไม่ได้ดีระดับเดียวกับบางทีม แต่อย่างน้อยปีนี้ กรูก็มีถ้วย กรูก็มาได้แชมป์ที่เวมบลี่ย์ อ่อ แถมว่างๆ เดี๋ยวจะมาอีก
ระหว่างที่เรามีความสุข แม่เคยบอกว่าไม่ควรมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น
เอ่อ ผมอยากจะบอกว่าตอนนี้ผมมีความสุขอย่างนั้นน่ะแม่ แต่ผมไม่ได้ตั้งใจนะ แค่อมยิ้มเล็กๆ ตอนเดินผ่าน
ผมว่าผมมีความสุขตามปกติน่ะ ทีมเชียร์เป็นแชมป์นี่แม่ แต่บางพวกที่มันรอเหยียบซ้ำมันทุกข์ของมันเอง
เนี่ยแหล่ะบทสรุปของการชูถ้วย ลีก คัพ
พอแล้วล่ะ ไอ้ที่แย่ๆ เดี๋ยวค่อยไปแก้กันในอนาคตนะ เคนนี่ & โค ตอนนี้ขอมีความสุขให้กองแช่งมันช้ำ มันจะพูดเย้ย หรือถากถางอะไรก็ปล่อยมัน จะมิ๊กกี้ เมาท์ หรือชนะแบบเฉียดฉิวยังไงก็เถอะ ตูขอภาคภูมิใจ และมีความสุขกับถ้วยที่ 42 ของสโมสร มากที่สุดในอังกฤษ
อยากจะบอกโลกจากดาวศุกร์ว่า "มีความสุขโว้ยยยยยยย"

เจ้าของที่ดาวศุกร์ เอกสารที่ 8

#2 หงษ์1970

หงษ์1970

    เด็กท้องถิ่น

  • สมาชิก
  • Pip
  • 5 โพสต์
ชื่อเสียง
0
ระดับตำบล

โพสต์เมื่อ 23 July 2012 - 11:41 AM

น่าจะลงรูปการชูถ้วยนะครับ...
จะได้ชื่นใจหน่อยครับ...
ถึงแม้ถ้วยจะเล็กก็ตาม*

#3 เมาฟรีออริจินั่ล

เมาฟรีออริจินั่ล

    นักเตะอาชีพ

  • สมาชิก
  • PipPipPip
  • 283 โพสต์
ชื่อเสียง
180
ระดับประเทศ

โพสต์เมื่อ 11 August 2012 - 12:18 PM

เอา5นาทีผมคืนมา

#4 Hardmankill

Hardmankill

    นักเตะอาชีพ

  • สมาชิก
  • PipPipPip
  • 198 โพสต์
ชื่อเสียง
121
ระดับประเทศ

โพสต์เมื่อ 11 August 2012 - 12:19 PM

เข้ามาจองเก้าอี้ ..
ภาพที่โพสต์

#5 SpeedDogZ

SpeedDogZ

    นักเตะอาชีพ

  • สมาชิก
  • PipPipPip
  • 110 โพสต์
ชื่อเสียง
59
ระดับภูมิภาค

โพสต์เมื่อ 11 August 2012 - 12:24 PM

สายน้ำเกลือระโยงระยางอยู่ไหน ?
ภาพที่โพสต์

#6 Hugo Rodallega

Hugo Rodallega

    เด็กท้องถิ่น

  • สมาชิก
  • Pip
  • 17 โพสต์
ชื่อเสียง
1
ระดับตำบล

โพสต์เมื่อ 11 August 2012 - 12:54 PM

Holy shittttttt !!
Finally I found you. Boss

#7 oaniji

oaniji

    นักเตะอาชีพ

  • สมาชิก
  • PipPipPip
  • 231 โพสต์
ชื่อเสียง
63
ระดับภูมิภาค

โพสต์เมื่อ 11 August 2012 - 12:59 PM

ภาพที่โพสต์

SPICE BOY




ภาพที่โพสต์


#8 Ultimate_Zyphon

Ultimate_Zyphon

    นักเตะอาชีพ

  • สมาชิก
  • PipPipPip
  • 149 โพสต์
ชื่อเสียง
37
ระดับภูมิภาค

โพสต์เมื่อ 11 August 2012 - 02:33 PM

ภาพที่โพสต์

Hello, Kermit, long time no see!!!

ภาพที่โพสต์ภาพที่โพสต์


#9 jettana panya..EvE

jettana panya..EvE

    นักเตะอาชีพจอมเก๋า

  • สมาชิก
  • PipPipPipPip
  • 511 โพสต์
ชื่อเสียง
21
ระดับจังหวัด

โพสต์เมื่อ 11 August 2012 - 09:46 PM

ผมเป็นสาวกของ มาติเนส นะฮร้าฟฟฟฟฟฟ

เอาเก้าอี้ของตรูคืนมา...
ใส่ลายเซ็นต์ไม่ได้ฟระ





0 สมาชิกกำลังอ่านกระทู้นี้

0 สมาชิก, 0 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้งานที่ซ่อนตัว